English
ภาษาไทย
การดูแลคุณภาพผิวในปัจจุบันเปลี่ยนผ่านจากการเติมปริมาตรเพื่อปรับรูปหน้า มาเป็นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายในเพื่อความเป็นธรรมชาติ นวัตกรรมที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางคือ Profhilo คือ ทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความยืดหยุ่นและแก้ไขความหย่อนคล้อยของผิวโดยไม่พึ่งพาการศัลยกรรม
หากพิจารณาตามหลักการทางวิชาการ Profhilo คือผลิตภัณฑ์ในกลุ่มกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) ความเข้มข้นสูงที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี NAHYCO ซึ่งเป็นการประสานไฮยาลูโรนิกโมเลกุลต่ำและสูงเข้าด้วยกันด้วยพันธะความร้อนโดยไม่ใช้สารเคมีเชื่อมต่อ กระบวนการนี้ส่งผลให้ตัวยามีความบริสุทธิ์สูงและสามารถกระจายตัวใต้ชั้นผิวได้กว้างขวาง หน้าที่หลักของ Profhilo คือการทำกระบวนการที่เรียกว่า Bio-remodeling เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินรวม 4 ชนิด พร้อมทั้งช่วยพยุงเซลล์ไขมันใต้ผิวให้คงตัวส่งผลให้ผิวเกิดการยกกระชับจากโครงสร้างภายใน
การพิจารณาว่าสภาพผิวรูปแบบใดตอบโจทย์การรักษามากที่สุดจะช่วยให้คาดการณ์ผลลัพธ์ได้แม่นยำขึ้น กลุ่มที่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนคือผู้ที่มีผิวเริ่มบางและหย่อนคล้อยเล็กน้อยเนื่องจากอายุที่มากขึ้น ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนลดลงตามธรรมชาติ ตัวยาจะเข้าไปเพิ่มความหนาแน่นให้ชั้นผิวและช่วยให้ผิวที่เคยคล้อยกลับมาแน่นขึ้น
ผิวที่แห้งกร้านจากการขาดน้ำอย่างรุนแรงเป็นอีกหนึ่งสภาพผิวที่ได้รับประโยชน์โดยตรง ไฮยาลูโรนิกความเข้มข้นสูงจะเข้าไปทำหน้าที่กักเก็บความชุ่มชื้นในระดับลึกที่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวประเภททาเข้าไม่ถึง ช่วยให้ผิวที่ดูเหนื่อยล้ากลับมาสดใสและมีสุขภาพดี นอกจากนี้ Profhilo คือตัวเลือกที่ใช้จัดการริ้วรอยในบริเวณที่บอบบางและรักษาได้ยาก เช่น ผิวบริเวณลำคอ รอบดวงตา หรือหลังมือ ซึ่งเป็นจุดที่ผิวบางและบ่งบอกสัญญาณแห่งวัยได้ชัดเจน
ความโดดเด่นของวิธีการรักษาคือเทคนิคที่เรียกว่า Bio Aesthetic Points (BAP) ซึ่งเป็นการกำหนดจุดสำคัญบนใบหน้าข้างละ 5 จุด เพื่อให้ตัวยากระจายตัวได้ทั่วถึงที่สุด การฉีดเพียงไม่กี่จุดช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดรอยช้ำและอาการบวม ทำให้ผู้รับบริการไม่ต้องพักฟื้นนาน โดยทั่วไปแนะนำให้รับบริการต่อเนื่อง 2 ครั้งห่างกัน 1 เดือน เพื่อให้กระบวนการกระตุ้นผิวทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ผลลัพธ์มักคงอยู่ได้นานประมาณ 6 ถึง 9 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลและสภาพผิวเดิมของแต่ละบุคคล
หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า Profhilo คือสิ่งเดียวกับฟิลเลอร์หรือสกินบูสเตอร์หรือไม่ ในความเป็นจริงมีความแตกต่างกันเชิงหน้าที่ ฟิลเลอร์มุ่งเน้นการเติมเต็มร่องลึกหรือปรับโครงสร้างไขมันที่หายไป ขณะที่สกินบูสเตอร์เน้นความฉ่ำวาวในชั้นผิวตื้น แต่กลไกของ Profhilo คือการทำงานในชั้นผิวที่ลึกกว่าเพื่อปรับปรุงคุณภาพโครงสร้างผิวโดยรวม การรักษาด้วยวิธีนี้ยังสามารถทำควบคู่ไปกับเครื่องมือยกกระชับที่ใช้พลังงานความร้อนเพื่อเสริมผลลัพธ์ให้ดียิ่งขึ้น
คำถามที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับ Profhilo คือ ต้องทำบ่อยแค่ไหนถึงจะเห็นผล โดยทั่วไปแพทย์มักแนะนำให้ทำต่อเนื่องกัน 2 ครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 1 เดือน เพื่อให้ตัวยาเข้าไปเซตตัวและกระตุ้นผิวได้อย่างเต็มที่ ผลลัพธ์ที่ได้จะอยู่ได้นานประมาณ 6 ถึง 9 เดือน ส่วนเรื่องความเจ็บนั้นมีน้อยมาก เพราะใช้เทคนิคการฉีดเพียงไม่กี่จุด ทำให้แทบไม่มีรอยช้ำและไม่ต้องพักฟื้นนาน
การเลือกสถานที่ทำ Profhilo คือ ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ ควรเลือกคลินิกที่ใช้ตัวยาของแท้ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังบริษัทผู้นำเข้าได้ อย่างที่ Issavee Clinic ทีมแพทย์จะให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์สภาพผิวของแต่ละคนอย่างละเอียดก่อนทำ เพื่อวางตำแหน่งการฉีดให้เหมาะสมกับโครงหน้าของคนไข้แต่ละราย ช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้ดีและดึงประสิทธิภาพในการยกกระชับออกมาได้มากที่สุด